แก้หวยแพงไม่สำเร็จ

“สลากกินแบ่งรัฐบาล” หรือลอตเตอรี่ ถือเป็นความหวังของนักเสี่ยงโชคทั้งหลาย

 “สลากกินแบ่งรัฐบาล” หรือลอตเตอรี่ ถือเป็นความหวังของนักเสี่ยงโชคทั้งหลาย ที่มีความฝันอยากจะกลายเป็นมหาเศรษฐีจากการถูกรางวัลใหญ่เพียงชั่วข้ามคืน จนทำให้แต่ละปีสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สามารถจัดเก็บรายได้เข้ารัฐบาลปีละไม่ต่ำกว่า 3-4 หมื่นล้านบาท และยังครองแชมป์รัฐวิสาหกิจที่นำเงินส่งรัฐบาลสูงสุด

อย่างไรก็ตาม แม้การผลิตจำนวนสลากฯรัฐบาลจะเป็นผู้ผลิตขายเอง แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ คือ ราคาของสลากฯ ให้เป็นไปตามที่ต้องการ โดยสลากฯ 1 ใบ ควรมีราคาอยู่ที่ 80 บาท แต่ที่ผ่านมาในตลาดซื้อขาย กลับพบผู้ขายสลากฯ ราคานี้จำนวนน้อยมาก และส่วนมากเริ่มต้นที่ 90 บาทต่อใบ จนถึง 120 บาทต่อใบ โดยเฉพาะเลขดัง หรือเลขที่ตรงกับเหตุการณ์สำคัญจะมีราคาสูงเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ยังมีการ “รวมชุด” ขายสลากฯ ถึงจำนวน 20–30 ใบ ซึ่งผู้ซื้อมักจะถูกผู้ขายโก่งราคาสลากฯ ให้สูงกว่าที่ควร เนื่องจากคนที่ซื้อสลากฯ หวังจะถูกรางวัลมูลค่าสูงๆ โดยราคาสลากฯ ต่อชุดที่ขายนั้น อาจสูงถึง 2,000–4,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสำนักงานสลากฯ มีเพดานการพิมพ์สูงสุดอยู่ที่ 90 ล้านฉบับต่องวด และสลากฯ เหล่านี้จะต้องขายให้หมดทุกงวด จึงเกิดเป็นช่องโหว่ทำให้เกิด “กลุ่มพ่อค้าคนกลาง” หรือ “ยี่ปั๊ว” เข้ามาหาผลประโยชน์จากส่วนนี้ โดยพ่อค้าคนกลางจะรวบรวมสลากฯ จากผู้ที่ได้รับโควตาจากสำนักงานสลากฯ มาปล่อยให้กับยี่ปั๊วที่ตนเองมีอยู่ ก่อนยี่ปั๊วเหล่านั้นจะส่งต่อสลากฯ ให้กับผู้ค้าสลากฯรายย่อยทั่วไปที่ไม่มีโควตาเพื่อไปจำหน่าย

สำหรับต้นทุนราคาสลากฯที่รับมาจากสำนักงานสลากฯ เฉลี่ยราคาต้นทุนจะอยู่ที่ใบละ 70.40 บาท ซึ่งหากขายในราคา 80 บาท ผู้ขายจะมีกำไร 9.60 บาท แต่ปัจจุบันผู้ค้าสลากฯ ส่วนมากมักจะซื้อสลากฯ จากพ่อค้าคนกลางอีกต่อหนึ่ง ทำให้ต้นทุนสลากฯสูงขึ้นเทียบเท่าราคาขาย ผู้ค้าสลากฯ จึงจำเป็นต้องขายสลากฯในราคาแพง

ดังนั้น เพื่อดัดหลังพ่อค้าที่ชอบรวมชุดสลากฯจำนวนมาก และปัญหาขายเกินราคา ที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา จึงมีมติให้สำนักงานสลากฯ จัดพิมพ์สลากรวมชุด 2 ใบออกขายในราคา 160 บาท โดยจะดำเนินการทั้งหมด 3 เดือน เริ่มจากกลุ่มผู้ค้าสลากฯรายย่อยจำนวน 164,000 ราย ที่มารับสลากฯ ผ่านโครงการซื้อ-จองล่วงหน้าสลากฯ กับธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่งวดวันที่ 1 มี.ค.2562 ถึงงวดวันที่ 31 พ.ค.2562

ทั้งนี้ ผู้ค้าสลากฯจะได้รับสลากฯคนละ 5 เล่มเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนจากสลากฯ เรียงเลขทั่วไปทั้ง 5 เล่ม เป็นการได้รับโควตาสลากฯแบบ 2-2-1 คือ 2 เล่มแรกจะมีสลากฯเหมือนกันทั้ง 100 ฉบับ จำนวน 2 ชุด ส่วน 2 เล่มต่อไป จะมีสลากฯเหมือนกันทั้ง 100 ฉบับ จำนวน 2 ชุด และอีก 1 เล่มที่เหลือ จะเป็นสลากฯ คละเลข ซึ่งเป็นสลากฯใบเดียว

สำหรับระบบการพิมพ์สลากฯแบบใหม่นั้น สลากฯ 1 เล่มจำนวน 100 ใบ หมายเลข 4 ตัวแรกของสลากฯ จะถูกสลับหมายเลขกันตั้งแต่ใบแรกจนถึงใบสุดท้าย ต่างจากแบบเดิมที่มีเลข 4 ตัวหน้า

เหมือนกัน ส่วนหมายเลข 2 ตัวท้าย ยังเรียงกันเหมือนตามระบบเดิม คือ ตัวเลข 00 ถึง 99 เดิม เพื่อให้ง่ายต่อการวางขาย อาทิ เลขเล่มชุดที่ 0000 ข้างในสลากฯใบที่ 1 อาจจะเป็น 526600 ใบที่ 2 เป็น 329501 เป็นต้น

ทั้งนี้ สำนักงานสลากฯจะพิมพ์สลากฯรวมชุดทั้งหมด 57 ล้านฉบับ จากยอดพิมพ์สลากฯทั้งหมด 90 ล้านฉบับ ส่วนที่เหลือ 33 ล้านฉบับ จะพิมพ์เรียงหมายเลขแบบเดิม เนื่องจากสลากฯกลุ่มนี้ เป็นสลากฯโควตาของสมาคมองค์กรการกุศลและคนพิการ

อย่างไรก็ตาม หลังจากเริ่มขายสลากฯคละเลขแบบรวมชุด 2 ใบ ราคา 160 บาท ไปได้ราว 2 เดือน พ่อค้าสลากฯส่วนใหญ่มีการปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างแอปพลิเคชันไลน์ ในการนัดแนะผู้ค้าสลากฯ ที่มีหมายเลขสลากฯต่างกันจากที่ต่างๆ ให้นำสลากฯ เหล่านั้น มาจับรวมเป็นชุดเดียวกันเหมือนเดิม

ทั้งนี้ ทำให้ในตลาดซื้อขายยังพบสลากฯรวมชุดซึ่งขายเกินราคาที่สำนักงานสลากฯ ตั้งไว้อยู่ ถึงแม้ราคาขายสลากฯ 1 ใบ ในปัจจุบันจะเริ่มเห็นขายที่ราคา 80 บาทบ้างแล้ว แต่ในเรื่องการแก้ปัญหาการรวมชุดสลากฯ กลับไม่ประสบผลสำเร็จ

ดังนั้น รัฐบาลอาจจะต้องทบทวนแนวทางดำเนินการใหม่ว่าจะมีวิธีใดที่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องสลากฯ ราคาแพงได้อย่างเบ็ดเสร็จหรือไม่ การทำสลากออนไลน์ (ลอตโต้) หรือการขายสลากฯ แบบเลขท้ายสองตัวและ 3 ตัว จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยแก้ปัญหาที่คาราคาซังมาหลายปีได้หรือไม่

ทั้งหมดนี้จึงเป็นโจทย์ที่รัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหาให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นผู้ที่รับภาระและโดนเอาเปรียบก็จะเป็นผู้ขายสลากฯรายย่อย และประชาชนทั่วไปที่ซื้อสลากฯอยู่เรื่อยไป ส่วนผู้ที่ได้รับกำไรกลับเป็นพ่อค้าคนกลางที่ฉกฉวยผลประโยชน์จากเรื่องนี้ได้อย่างไม่จบสิ้น.

 

ขอบคุณที่มาจาก : thairath.co.th

LoTToSiam  หวยรัฐบาล ครบเครื่องเรื่องหวย